อัจฉริยะทั้ง 8 ด้าน

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 255010comments




1. ปัญญาด้านภาษา หมายถึง ความสามารถในการคิดเป็นภาษาพูดและการใช้ภาษาเพื่อแสดงออก และมีความชื่นชอบในความหมายที่สลับซับซ้อนของภาษา

2.ปัญญาด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ ปัญญาด้านนี้ช่วยให้สามารถคิดตัวเลข คิดปริมาณ พิจารณาข้อสันนิษฐานและสมมติฐานต่าง ๆ และสามารถทำโจทย์คณิตศาสตร์ที่สลับซับซ้อนได้

3.ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ ช่วยปลูกฝังความสามารถในการคิดเป็นสามมิติ (กว้าง ไกล และลึก) สามารถสร้างภาพ เปลี่ยนภาพหรือ ปรับภาพได้ ทำให้สามารถพาตนเองและวัตถุต่าง ๆ ผ่านไปในระยะทางหรือที่ว่างได้ และสามารถสร้างหรือถอดรหัสหรือแปลความ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในรูปของงานขีดเขียน(งานกราฟฟิก)ได้

4.ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ช่วยให้การจับต้อง หรือจัดการกับวัตถุและทักษะต่างๆ ทางกายภาพที่ละเอียดอ่อนได้

5.ปัญญาด้านดนตรี ช่วยให้มีความรู้สึกไวเกี่ยวกับเสียงสูงต่ำ ทำนองเพลง จังหวะดนตรี และน้ำเสียง

6.ปัญญาด้านรู้ผู้อื่น หมายถึง ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดี

7.ปัญญาด้านรู้ตนเอง หมายถึง ความสามารถในการรู้จักตนเอง หรือความสามารถในการสร้างและรับรู้ตนเองอย่างถูกต้อง และใช้ความรู้นี้ในการวางแผนและชี้นำชีวิตตนเอง

8.ปัญญาด้านรอบรู้ธรรมชาติ หมายถึง ความสามารถในการสังเกตรูปแบบการเป็นอยู่ของธรรมชาติ สามารถกำหนดและจัดหมวดหมู่ สิ่งต่าง ๆ และเข้าใจระบบที่เป็นธรรมชาติ

และระบบที่มนุษย์ทำขึ้นคุณแม่สามารถใช้หลักเกณฑ์ข้างต้นสังเกตลูกได้คร่าวๆ ว่าลูกของตัวเองมีพัฒนาการในด้านนั้นๆ เกินเด็กในวัยเดียวกันหรือเปล่า แล้วถ้าเขามีพัฒนาการเกินกว่าวัยก็มีแนวโน้มว่าเขาอาจเป็นเด็กที่เก่งทางด้านนั้นได้ค่ะการวัดระดับสติปัญญาด้วยไอคิวนั้นเป็นเพียงแค่การคัดกรองหยาบๆ ว่า เด็กมีสติปัญญาเป็นอย่างไร อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสูงกว่าปกติ หรือน้อยกว่าปกติ แต่ถ้าเราใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเป็นเกณฑ์วัด ถ้าสมมติเราพบว่าลูกมีพัฒนาการเกินกว่าเพื่อนวัยเดียวกันในด้านนั้นด้านนี้ คุณแม่ก็ส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านนั้นของเขาได้อย่างถูกช่องทาง และถ้าเขามีพัฒนาการในหลายๆ ด้านสูงกว่าวัยก็เป็นไปได้ว่าเขาเป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ทั้งนี้ไม่มีคำตอบตายตัวว่า เด็กที่มีความสามารถพิเศษจะเห็นแววในช่วงอายุประมาณเท่าไหร่ สมมติว่าเด็กเล็กๆ พูดง่าย อารมณ์ดี ได้รับการเลี้ยงดูที่ดี เขาก็จะมีพัฒนาการทางด้านสังคม อารมณ์พื้นฐานก็จะดี มีปฏิสัมพันธ์ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย เพื่อนก็จะยอมรับแล้วก็จะชักให้มาเป็นผู้นำของกลุ่ม แล้วถ้าเขามีพัฒนาการภาษาดี มักจะเป็นต้นทุนที่ดีในการเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ในชีวิตแต่ถ้าคุณแม่อยากจะรู้ว่าลูกมีความสามารถพิเศษหรือมีแววดีทางด้านไหนเด่นชัด ก็ไม่ผิดอะไรที่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกไปทดสอบดูในสถาบันหรือในแหล่งที่เขามีบริการ ก็คงจะได้คำตอบที่อาจจะชัดเจนขึ้นก็ได้ค่ะ


ที่มา:ทฤษฎีพหุปัญญา ของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์

Share this article :

+ comments + 10 comments

แสดงความคิดเห็น
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2008. แม่และเด็ก - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Powered by Blogger