น้ำมูกหรือเสมหะในเด็ก

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 25508comments

กายภาพบำบัดในโรคทรวงอก (Chest Physical Therapy)
โรคทางระบบหายใจในเด็ก ที่พบบ่อยและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการรักษาทาง กายภาพบำบัดร่วมกับยาปฏิชีวนะ ได้แก่ โรคติดเชื้อต่างๆ เช่น โรคปอดบวม, โรคหลอดลมอักเสบ ซึ่งจะทำให้เกิดเสมหะคั่งค้างในปอด การรักษาทางกายภาพบำบัด เช่นการเคาะปอด การสั่นปอด การจัดท่าระบายเสมหะ และการฝึกการหายใจ
วัตถุประสงค์
  1. ป้องกันการคั่งค้างและสะสมของเสมหะ
  2. ทำให้เสมหะหลุดออกและระบายออกได้เร็ว
  3. ช่วยในการถ่ายเทอากาศเข้าปอดได้ดีขึ้น
  4. ช่วยในการเคลื่อนไหวของทรวงอกดีขึ้น
  5. ช่วยปรับปรุงลักษณะการหายใจให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

เหตุผลที่ต้องเคาะปอด

- เนื่องจากเด็กมีเสมหะอยู่ในปอดมาก ทำให้เด็กหายในลำบาก หากปล่อยไว้อาจอาจมีการอุดของเสมหะในหลอดลม ส่งผลให้ปอดส่วนที่อยู่ปลายต่อหลอดลมนั้นแฟบได้

- การไอของเด็กไม่เพียงพอที่จะขับเสมหะในปอดออกได้หมด เพราะการไอสามารถขับเสมหะเฉพาะในหลอดลใหญ่เท่านั้น ในส่วนหลอดลมเล็กไม่สามารถขับออกได้

การดูดเสมหะหลังการเคาะปอด

ในเด็กเล็ก ยังไม่สามารถคายเสมหะตัวเองได้ จำเป็นต้องดูดเสมหะซึ่ง จะทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้นในภายหลังการดูกเสมหะแล้ว

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเด็กต้องเคาะปอด

  1. ไม่ควรให้เด็กรับประทานอาหารหรือนม อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนการเคาะปอด เนื่องจากเด็กอาจอาเจียนไปหน่อย
  2. ควรนำมาเคาะปอดภายหลังการพ่นยาทันที เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
  3. ให้เด็กเด็กจิบน้ำอุ่นอุ่นๆ เพื่อให้เสมหะไม่เหนียวมากระบายได้ง่าย
  4. หลังจากการเคาะปอด ดูดเสมหะควรอุ้มเด็กพาดบ่าไว้ก่อน เพื่อให้เด็กหายใจสะดวก
  5. ไม่ควรให้เด็กทานสิ่งใด ประมาณ 15 นาที หลังการเคาะปอด

ขอบคุณแผนกกายภาพบำบัด โรงพยาบาลเมืองนารายณ์

Share this article :

+ comments + 8 comments

แสดงความคิดเห็น
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2008. แม่และเด็ก - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Powered by Blogger